
ไวรัสคอมพิวเตอร์คืออะไร
ไวรัสคอมพิวเตอร์ คือโปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่มีโปรแกรมเมอร์ที่ไม่หวังดีเขียนขึ้นมา เพื่อให้ทำงานบนเครื่องคอมพิวเตอร์ของเป้าหมาย และแพร่กระจายโดยการคัดลอกตัวเองไปในเครื่องเดียวกัน หรือคัดลอกตัวเองไปยังเครื่องคอมพิวเตอร์เครื่องอื่น ๆ ผ่านทางสื่อต่าง ๆ เช่น ฟลอปปี้ดิสก์(Floppy Disk), Flash Drive, CD, DVD, ระบบเครือข่ายภายใน, ระบบอินเตอร์เน็ต เป็นต้น จุดประสงค์ในการทำงานของไวรัสมีหลายอย่างตามแต่ผู้เขียนจะกำหนด เช่น ทำลายข้อมูล ขโมยข้อมูล เปิดช่องทางลับเข้าสู่เครื่องเป้าหมาย รบกวนการทำงานของเครื่อง
ไวรัสในยุคแรก ๆ ส่วนใหญ่จะแพร่กระจายตัวเองติดไปกับไฟล์อื่น ๆ วิธีการนี้อาจจะทำให้ไฟล์นั้นเสียหายได้ แต่ไวรัสในยุคหลัง ๆ จะคัดลอกตัวเองไปเป็นไฟล์ใหม่แอบแฝงไปตามโฟลเดอร์ต่าง ๆ มีการตั้งชื่อให้คล้ายกับไฟล์ระบบของ Windows เพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจพบ รวมถึงการกำหนดให้เป็นไฟล์ซ่อน หรือไฟล์ระบบ ที่ผู้ใช้ทั่วไปไม่สามารถมองเห็นได้ การกำจัดไวรัสแบบนี้เราสามารถลบตัวไฟล์ไวรัสออกไปได้เลยโดยไม่มีผลกับข้อมูล อื่น ๆ จะมีส่วนน้อยที่จะฝังตัวไปกับไฟล์เอกสาร ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นมาโคร (หรือชุดคำสั่ง)ในเอกสารออฟฟิศ(Office) ซึ่งการลบไวรัสที่แฝงอยู่อาจจะทำให้ข้อมูลเสียหายได้
ประเภทของไวรัสคอมพิวเตอร์
1. บูตเซกเตอร์ไวรัส (boot sector virus)
บูตเซกเตอร์ไวรัส คือไวรัสคอมพิวเตอร์ที่แพร่เข้าสู่เป้าหมายในระหว่างเริ่มทำการบูตเครื่อง ส่วนมาก มันจะติดต่อเข้าสู่แผ่นฟลอปปี้ดิสก์ระหว่างกำลังสั่งปิดเครื่อง เมื่อนำแผ่นที่ติดไวรัสนี้ไปใช้กับเครื่องคอมพิวเตอร์เครื่องอื่นๆ ไวรัสก็จะเข้าสู่เครื่องคอมพิวเตอร์ตอนเริ่มทำงานทันที
บูตเซกเตอร์ ไวรัสจะติดต่อเข้าไปอยู่ส่วนหัวสุดของฮาร์ดดิสก์ที่มาสเตอร์บูตเรคคอร์ด (master boot record) และก็จะโหลดตัวเองเข้าไปสู่หน่วยความจำก่อนที่ระบบปฏิบัติการจะเริ่มทำงาน ทำให้เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
2. ไฟล์ไวรัส (file virus)
ไฟล์ไวรัส ใช้เรียกไวรัสที่ติดไฟล์โปรแกรม เช่นโปรแกรมที่ดาวน์โหลดจากอินเทอร์เน็ต นามสกุล.exe โปรแกรมประเภทแชร์แวร์เป็นต้น
3. มาโครไวรัส (macro virus)
มาโครไวรัส คือไวรัสที่ติดไฟล์เอกสารชนิดต่างๆ ซึ่งมีความสามารถในการใส่คำสั่งมาโครสำหรับทำงานอัตโนมัติในไฟล์เอกสารด้วย ตัวอย่างเอกสารที่สามารถติดไวรัสได้ เช่น ไฟล์ไมโครซอฟท์เวิร์ด ไมโครซอฟท์เอ็กเซล เป็นต้น
4. โทรจัน (Trojan)
โทรจัน คือโปรแกรมจำพวกหนึ่งที่ถูกออกแบบขึ้นมาเพื่อแอบแฝง กระทำการบางอย่างในเครื่องของเราจากผู้ที่ไม่หวังดี ชื่อเรียกของโปรแกรมจำพวกนี้ มาจากตำนานของม้าไม้แห่งเมืองทรอยนั่นเอง ซึ่งการติดนั้นจะไม่เหมือนกับไวรัส และหนอนที่จะกระจายตัวได้ด้วยตัวมันเอง แต่โทรจันจะถูกแนบมากับ อีการ์ด อีเมล หรือโปรแกรมที่มีให้ดาวน์โหลดตามอินเทอร์เน็ตในเว็บไซต์ใต้ดิน และสุดท้ายที่มันต่างกับไวรัสและเวิร์ม คือมันจะสามารถเข้ามาในเครื่องของเรา โดยที่เราเป็นผู้รับมันมาโดยไม่รู้ตัว และมันจะเปิดช่องทางให้ผู้ไม่หวังดีเข้ามายังเครื่องของเราได้
5. หนอน (Worm)
หนอน เป็นรูปแบบหนึ่งของไวรัส มีความสามารถในการทำลายระบบในเครื่องคอมพิวเตอร์สูงที่สุดในบรรดาไวรัสทั้งหมด สามารถกระจายตัวได้รวดเร็วผ่านทางระบบอินเทอร์เน็ต ซึ่งสาเหตุที่เรียกว่าหนอนนั้นคงจะเป็นลักษณะของการกระจายและทำลายคล้ายกับหนอนกินผลไม้ ที่สามารถกระจายตัวได้มากมาย รวดเร็ว และเมื่อยิ่งเพิ่มจำนวนมากขึ้น ระดับการทำลายล้างยิ่งสูงขึ้น
สปายแวร์คืออะไร
สปายแวร์คือ โปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่โปรแกรมเมอร์ที่ไม่หวังดีเขียนขึ้นมาเพื่อบันทึกการทำงาน รวมถึงข้อมูลต่าง ๆ ของผู้ใช้แล้วส่งไปยังผู้เขียนโปรแกรม โดยที่ผู้ใช้ไม่ทราบ โดยบางตัวอาจจะแสดงหน้าโฆษณา หรือข้อความต่าง ๆ ขึ้นมาแสดงให้ผู้ใช้ดู บางตัวจะมีการทำงานในหลาย ๆ แบบรวมกัน ซึ่งสปายแวร์จะก่อให้เกิดความรำคาญแก่ผู้ใช้ ถูกติดตามการทำงาน และถูกขโมยข้อมูล
สาเหตุในการติดไวรัส และสปายแวร์
- ผู้ใช้เปิดการทำงานของไฟล์ที่เป็นไวรัส หรือสปายแวร์ โดยไม่ตั้งใจ เช่น เผลอไปดับเบิ้ลคลิกไฟล์ที่ไม่รู้จัก หรือไฟล์ที่ปลอมแปลงขึ้นมาให้เหมือนกับโปรแกรมที่ใช้งาน รวมถึงการติดตั้งโปรแกรมผิดกฎหมายที่มีการแครก หรือโปรแกรมแปลก ๆ ที่ไม่รู้จัก
- ติดจากสื่อบันทึกแบบพกพาต่าง ๆ เช่น Flash Drive, CD, DVD, Hard Drive แบบพกพา ซึ่งโดยส่วนใหญ่จะอาศัยระบบรันโปรแกรมอัตโนมัติ(Auto Run) โดยเมื่อเสียบสื่อพกพาเหล่านี้เข้าไประบบ Auto Run จะไปเริ่มการทำงานของไวรัส หรือสปายแวร์ทันที
- ติดจากสื่อต่าง ๆ ทางอินเตอร์เน็ต ไวรัสและสปายแวร์บางตัวจะติดตั้งและทำงานได้เองเพียงแค่เราเปิดหน้าเว็บที่ เขียนไว้เพื่อแพร่กระจายไวรัส หรือสปายแวร์ ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นเว็บลามกอนาจารต่าง ๆ เว็บดาวน์โหลดโปรแกรมผิดกฎหมายต่าง ๆ
- ติดจากระบบเครือข่ายภายใน ไวรัสบางตัวจะมีการแพร่กระจายผ่านทางระบบเครือข่ายภายใน หากไม่มีการป้องกันที่ดีพอ อาจจะติดไวรัสได้
การสังเกตุ อาการ ลักษณะของเครื่องที่ติดไวรัส สปายแวร์
เครื่องทำงานช้าผิดปรกติ การทำงานบางอย่างผิดไปจากเดิม มีหน้าต่างโปรแกรมแปลก ๆ ขึ้นมา
มีไฟล์แปลก ๆ เพิ่มเข้ามา ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นไฟล์ ที่มีนามสกุลเป็น .vbs สัญลักษณ์ของมันจะเป็นคล้าย ๆ ตัว S สีฟ้าอ่อน และไฟล์ที่ชื่อ autorun.inf

การป้องกันไวรัส และสปายแวร์
- ติดตั้งโปรแกรมป้องกันไวรัส และสปายแวร์ที่เชื่อถือได้ และอัพเดตอยู่เสมอ เพราะไวรัสและสปายแวร์จะมีมาใหม่อยู่เรื่อย ๆ หากไม่อัพเดตตัวสแกนไวรัสจะทำให้โปรแกรมไม่รู้จักไวรัสและสปายแวร์ใหม่ ๆ และควรระวังโปรแกรมสแกนไวรัส สปายแวร์ ที่มีการแครก เพราะบางครั้งอาจจะเป็นตัวไวรัสเสียเอง
- ไม่ติดตั้งโปรแกรมที่มีการแครก หรือที่มีตัวสุ่มคีย์(Keygen) เนื่องจากส่วนใหญ่โปรแกรมเหล่านี้จะมีไวรัสและสปายแวร์แอบแฝงมาด้วย
- ไม่ควรเปิดไฟล์ที่ไม่รู้จัก หรือไม่รู้ที่มา หากจำเป็นต้องเปิดควรใช้โปรแกรมสแกนไวรัสตรวจสอบก่อน
- ในการใช้โปรแกรม Explore เพื่อดูไฟล์ในเครื่องควรหลีกเลี่ยงการดับเบิ้ลคลิกที่โฟลเดอร์หรือไดรฟ์ โดยการทำให้โปรแกรม Explore มีสองหน้าต่าง คือให้มีหน้าต่าง Folders อยู่ด้านซ้าย ส่วนหน้าต่างทางด้านขวาจะเป็นส่วนแสดงไฟล์และโฟลเดอร์ที่เราเลือกในด้านซ้าย บางท่านอาจจะไม่ชิน แต่ลองใช้ไปสักพักจะชินเอง ซึ่งวิธีนี้จะช่วยป้องกันได้มากเพราะ เมื่อเราดับเบิ้ลคลิกที่ไดรฟ์จะเป็นการเปิดการทำงานของระบบ Auto Run หากมีไวรัสเราก็จะติดทันที หากเราคลิกครั้งเดียวในหน้าต่าง Folders ด้านซ้าย ระบบ Auto Run จะไม่ทำงาน ส่วนการดับเบิ้ลคลิกที่ชื่อโฟลเดอร์ก็มีความเสี่ยงมากเช่นกัน เพราะไวรัสบางตัวจะจำลองตัวเองให้มีสัญลักษณ์เหมือนโฟล์เดอร์ส่วนตัว โฟลเดอร์เดิมมันจะกำหนดให้ซ่อนไว้ เมื่อเราดับเบิ้ลคลิกตัวโฟลเดอร์ที่ทำหลอกไว้ แต่ที่จริงแล้วเป็นไฟล์ของไวรัสเราก็จะติดไวรัสทันที แต่ถ้าเราดูที่หน้าต่าง Folders ด้านซ้ายเราจะเห็นรายชื่อโฟล์เดอร์ที่เป็นโฟลเดอร์จริง ๆ เท่านั้น ถ้าเป็นโฟลเดอร์หลอก เราจะเห็นแค่ด้านขวาเท่านั้นเพราะมันเป็นไฟล์ที่มีสัญลักษณ์เหมือนโฟลเดอร์เท่านั้น
- ไม่ควรเปิดเว็บลามกอนาจาร และเว็บโปรแกรมผิดกฎหมายต่าง ๆ เพราะเมื่อเราเผลอคลิกบางหน้าจะติดไวรัส หรือสปายแวร์ทันที และเพื่อความปลอดภัยควรใช้โปรแกรม Firefox Browser เพื่อเปิดหน้าเว็บเพราะมีความปลอดภัยกว่า โอกาสที่จะติดไวรัส หรือสปายแวร์จะน้อยกว่า
แก้ไขล่าสุด (วันอาทิตย์ที่ 24 ตุลาคม 2010 เวลา 02:39 น.)


